คู่มือต้นไม้ เกาะผนัง

คู่มือต้นไม้ เกาะผนัง การปลูกไม้เลื้อยสายพันธุ์ต่าง ๆ กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการปลูกแบบปล่อยให้เลื้อยครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในบ้าน ร้านกาแฟ หรือออฟฟิศอาคารสำนักงาน เพราะจะช่วยเพิ่มความสวยงาม สดชื่น แปลกตา ช่วยให้บ้านเย็นสบาย ได้ผ่อนคลายสายตาจากสีเขียว ๆ ของต้นไม้ และช่วยสร้างอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติให้กับเรา เป็นเหมือนการสร้าง Green Wall หรือผนังฟอกอากาศขนาดใหญ่

คู่มือต้นไม้ เกาะผนัง
คู่มือต้นไม้ เกาะผนัง

คู่มือต้นไม้ เกาะผนัง สำหรับบ้านของคุณ

หากออกแบบ ตัดแต่งดี ๆ จะเพิ่มเสน่ห์ให้กับบ้าน ดูเท่เก๋ขึ้นอีกมากมาย บ้าน หรืออาจจะสร้างผนังให้ไม้เลื้อยเพียงบางส่วนบางโซน เพื่อสร้าง Space ธรรมชาติที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ไม้ที่นิยมนำมาปลูกให้เลื้อยเกาะไปตามผนังมีมากมาย เช่น ตีนตุ๊กแก ไอวี่ มธุรดา มอร์นิ่งกลอรี่ เหลืองชัชวาลย์ สร้อยอินทนิล ม่านบาหลี หิรัญญิการ์ จันทร์กระจ่างฟ้า เถาวัลย์เปรียง ฯลฯ

ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบและการออกแบบพื้นที่ประกอบกันด้วย แต่การจะปลูกก็ควรศึกษาคุณสมบัติของแต่ละชนิดให้ดี วันนี้เราจึงนำสาระดี ๆ มาฝากกันกับข้อควรรู้ ก่อนการปลูกต้นไม้เลื้อยไปตามผนัง

คู่มือต้นไม้ เกาะผนัง ข้อควรรู้

ไม้เลื้อยส่วนใหญ่ต้องการแดดจัด แต่ก็มีบางชนิดที่ชอบแสงแดดรำไร หรือที่ร่ม การบำรุงไม้เลื้อยที่ดีนั้น ควรให้ปุ๋ยสูตรเสมออย่างน้อยเดือนละครั้ง เคล็ดลับการปลูกไม้เลื้อยนั้น วิธีที่นิยมปลูกกันโดยทั่วไปคือ ปลูกไม้เลื้อยลงดินในบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ที่เราต้องการให้เลื้อยเกาะ หรืออาจจะปลูกลงในกระถางแล้วนำไปวางก็ได้เช่นกัน โดยเฉพาะหากเป็นบริเวณที่ไม่มีดินหรือปลูกบริเวณระเบียง ซึ่งการที่จะทำให้ไม้ยึดเกาะผนังนั้น สามารถทำได้ 2 แบบด้วยกันคือ

  • ปล่อยให้ไม้เลื้อยเกาะผนังอาคารไปตามธรรมชาติ วิธีนี้เพียงแค่ปลูกลงดิน บ้านจัดสรร แล้วคอยดูแลรดน้ำพรวนดิน ให้ต้นไม้เติบโตแข็งแรงไปเรื่อย ๆ อาจจะมีการผูกปลายยอดไม้ เพื่อกำหนดทิศทางที่ต้องการบ้างเป็นระยะ
  • ใช้วัสดุช่วยให้ไม้เลื้อยยึดเกาะ ไม้บางชนิดอาจจะเกาะผนังต่าง ๆ ได้ไม่ดี หรือหากเกาะด้วยวิธีธรรมชาติ อาจจะเลื้อยหรือเติบโตได้ช้า เราสามารถใช้วัสดุต่าง ๆ  เช่น เอ็น เชือก ไม้ระแนง ตะแกรงต่าง ๆ เป็นหลักให้ไม้ยึดเกาะ โดยควรเว้นระยะห่างจากผนังประมาณ 8 – 10 เซนติเมตร เพื่อป้องกันรากต้นไม้ยึดเกาะกับผนังโดยตรง เป็นการป้องกันความชื้นให้ผนังบ้าน และยังช่วยระบายความร้อนได้ดีมากขึ้น

คุณสมบัติ ข้อดี-ข้อเสียการปลูกต้นไม้เลื้อยตามผนัง

คู่มือต้นไม้ เกาะผนัง
คู่มือต้นไม้ เกาะผนัง

ข้อดี

1. ใบและดอกของไม้ที่เราปลูกให้เลื้อยไปตามผนังบ้าน ผนังอาคาร จะทำหน้าที่ช่วยกรองแสง ลดแสงสว่าง ช่วยบังแดด ไม่ให้แสงแดดจัดจ้าเกินไป หรือสัมผัสกับผนังบ้านเราโดยตรง วิลล่าในป่าตอง ช่วยทำให้ผนังไม่สะสมความร้อน บ้านจึงเย็นสบาย ไม่อบอ้าว

2. ลดอุณหภูมิภายในบ้าน อากาศในบ้าน และบริเวณรอบ ๆ เพราะผนังของต้นไม้นั้นจะทำหน้าที่เป็นฉนวนธรรมชาติ ช่วยป้องกันความร้อน และสะท้อนนำความร้อนออกไปอีกด้วย ต้นไม้จะคายความร้อน ช่วยให้บ้านเย็นลง ประหยัดการใช้งานเครื่องปรับอากาศ ประหยัดพลังงาน

3. ไม้เลื้อยโดยเฉพาะพันธุ์ที่มีใบเล็ก ๆ และเป็นพุ่มใบหนา จะช่วยในการดักจับฝุ่น กรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่ลอยปะปนอยู่ในอากาศได้เป็นอย่างดี

4. ช่วยฟอกอากาศ ดูดสารพิษต่าง ๆ ทำให้บรรยากาศบริเวณรอบ ๆ สดชื่น โดยการดูดซึมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เปลี่ยนเป็นก๊าซออกซิเจนออกมาทดแทน

5. ช่วยให้ความสดชื่นผ่อนคลาย สีเขียวจากธรรมชาตินั้นช่วยให้เรารู้สึกโปร่งโล่งสบายตา ช่วยให้สมองได้พักผ่อน และให้ความรู้สึกอ่อนโยน เพราะได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

คู่มือต้นไม้ เกาะผนัง
คู่มือต้นไม้ เกาะผนัง

ข้อเสีย

1. การปลูกไม้เลื้อยต้องดูแลตัดแต่งเป็นประจำถึงจะมีความสวยงามชวนมอง เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่ตัดแต่ง อาจจะรกจนสัตว์มีพิษต่าง ๆ มาอาศัยอยู่ได้

2. ไม้เลื้อยจะดูดซับน้ำ จนเป็นแหล่งสะสมความเย็นทำให้บ้านชื้น วิลล่า ราคาถูกภูเก็ต เพราะน้ำเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโต หากความชื้นสะสมมาก ๆ ขึ้น อาจมีส่วนทำให้ผนังเสียหาย หรือเกิดเชื้อรา

3. ไม้เลื้อยบางชนิด อาจจะมีรากชอนไชที่แข็งแรงมาก สามารถชอนไชรากเข้าไปในผนังผ่านทางรอยแยก รอยแตก หรือรอยปริร้าวบนผนังได้ ในระยะยาวอาจส่งผลเสียหายต่อผนังและตัวอาคาร รวมถึงโครงสร้างบ้านได้เช่นกัน

4. การยึดเกาะหนาแน่นของรากไม้ชนิดต่าง ๆ อาจจะส่งผลต่อสีของตัวอาคารบ้านเรือน รวมไปถึงผิวปูนฉาบมัน อาจหลุดกะเทาะออกได้ หากมีความจำเป็นที่จะต้องรื้อไม้เลื้อยออก ผนังอาจจะเป็นลายด่าง หรือเป็นคราบสกปรกไม่สวยงาม

5. ต้องคอยดูแลตัดกิ่งก้าน เพราะอาจเลื้อยเลยจากจุดที่เรากำหนดไปเกี่ยวพันกับสายไฟส่วนอื่น ๆ ทำให้เกิดความเสียหายได้ง่าย หากเลื้อยหนาหรือสูงเกินไป อาจจะปีนขึ้นไปตัดแต่งได้ยากลำบาก ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางช่วย

ผนังไม้เลื้อยนั้นมีความสวยงามและได้รับความนิยมมาก ๆ โดยเฉพาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติ ช่วยลดภาวะโลกร้อน แต่การปลูกไม้เลื้อยแต่ละชนิดนั้น มีรายละเอียดพอสมควร เราควรศึกษาข้อมูลแต่ละสายพันธุ์ให้ชัดเจน ก่อนตัดสินใจปลูก โดยเฉพาะหากปลูกแบบเลื้อยไปตามผนัง ส่วนใหญ่จะเป็นการปลูกแบบระยะยาว

หากต้องมีการแก้ไขในอนาคตอาจจะทำได้ยาก แต่หากใครได้ปลูกแล้วรับรองได้เลยว่า จะได้ผนังที่สวยงาม สดชื่น คุ้มค่าอย่างแน่นอน ใครที่กำลังคิดจะปลูกไม้เลื้อยตามอาคารบ้านเรือน บ้านพูลวิลล่า ภูเก็ต เราขอแนะนำให้อ่านข้อควรรู้ ก่อนการปลูกต้นไม้เลื้อยไปตามผนัง แล้วเตรียมไปลงมือปลูกกันเลย

ไม้เลื้อยเกาะกำแพง แต่งผนังสวย ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว

tree on the wall
tree on the wall

“ไม้เลื้อย” ถือเป็นพืชที่มีประโยชน์หลากหลาย นำไปประยุกต์ใช้งานได้มากมาย นอกจากจะปลูกริมรั้วช่วยเพิ่มเสน่ห์ ปลูกทำซุ้มช่วยให้ร่มเงา และปลูกจัดสวนให้อิงไปกับต้นไม้ใหญ่ต้นอื่นแล้ว ยังทำเป็นไม้เลื้อยเกาะผนัง หรือไม้เลื้อยเกาะกำแพง เพื่อเพิ่มความสวยงาม และพื้นที่สีเขียวให้กับตัวบ้านหรือคอนโดที่มีพื้นที่จำกัดได้อีกด้วย ว่าแต่จะมีไม้เลื้อยอะไรน่าปลูกแต่งบ้าน แต่งสวนให้ดูดี มีความเป็นธรรมชาติขึ้นบ้าง อย่ามัวรอช้า วันนี้กระปุกดอทคอมมีมาแนะนำแล้วค่ะ

ตีนตุ๊กแก
ต้นตีนตุ๊กแก (Climbing Fig หรือ Creeping Fig) เป็นพรรณไม้ต่างประเทศที่คนมักจะปลูกเกาะกำแพง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ficus pumila L. มีต้นกำเนิดในเอเชีย จากจีน ญี่ปุ่น และเวียดนามตอนเหนือ แต่งบ้าน ทาวน์โฮม ลักษณะเป็นไม้เลื้อย เนื้อแข็ง กิ่งเล็ก ใบเป็นทรงรีหรือทรงไข่ ปลายแหลม ผิวหยาบ ออกสีน้ำตาลแดงหรือสีเขียวเข้ม มีรากตามข้อใบใช้เกาะผนัง ผลทรงคล้ายระฆังมีติ่ง นิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ ชอบดินร่วนปนทราย ชอบน้ำปานกลาง และชอบแสงแดดรำไรถึงแสงแดดจัด

หัวใจแนบ
หัวใจแนบ หรือแนบอุรา (Satin Pothos, Silk Pothos หรือ Silver Philodendron) มักจะปลูกเป็นไม้เลื้อยเกาะผนังหรือไม้แขวนในกระถาง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Scindapsus pictus Hassk. ‘Argyreus’ ขนาดค่อนข้างเล็ก ลำต้นเป็นทรงกลม มีรากออกตามข้อ ใบเป็นทรงหัวใจ ปลายแหลม โคนเว้า แผ่นหนา ออกสีเขียวอมเทา มีลายทั่วทั้งใบ นิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ โตช้าแต่ดูแลไม่ยาก ชอบดินร่วนที่ระบายน้ำดี ต้องการน้ำปานกลาง และต้องการแสงแดดรำไร

เดฟเขียว
กล็ดมังกร หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อเบี้ยหรือกะปอดไม้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dischidia nummularia R. Br., ASCLEPIADACEAE พบได้ทั่วทุกภาคในประเทศไทย เป็นไม้เลื้อย ลำต้นมีขนาดเล็ก และมีน้ำยางทุกส่วน รากออกตามข้อปล้อง ใบเป็นทรงเกือบกลม หนา อวบน้ำ มองไม่เห็นเส้นใบ ปลายใบมีติ่งสั้น ส่วนดอกออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ สีขาวนวล ขนาดเล็ก ผลเป็นฝักทรงกระบอก นิยมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

© 2022 PHUKETPOOLVILLAGE - WordPress Theme by WPEnjoy